รูปกบน้อย+เพื่อนๆ

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

โพลชี้ประชาชนไม่เห็นด้วย ขายไข่แบบเป็นกิโลกรัม



กทม.-ปริมณฑล โดยพบว่า ประชาชนไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าวกว่าร้อยละ 66.29 ซึ่งหากเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียประชาชนยังมองว่า มีข้อเสียมากกว่า

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สอบถามความคิดเห็นจากประชาชนในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล กรณีไข่ชั่งกิโลจำนวนทั้งสิ้น 1,262 คน ระหว่างวันที่ 20-22 มกราคม 2554 พบว่า ประชาชนร้อยละ44.38 มองว่า เป็นข่าวที่ทุกคนพูดถึงและสนใจติดตาม เนื่องจากไข่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำอาหารและขนม ส่วนอันดับ 2 ประชาชนร้อย 25.43 มองว่า มีทั้งข้อดี-ข้อเสียคงต้องรอดูผลจากการทดลองขายไข่ก่อน 3 เดือนว่าเป็นอย่างไร อันดับ 3 ประชาชนร้อยละ 22.78 มองว่า สร้างความยุ่งยากแก่ผู้ซื้อ และ ผู้ขาย โดยผู้เลี้ยงไก่รายใหญ่ได้รับประโยชน์มากกว่า และ อันดับสุดท้าย ร้อยละ 7.41% มองว่า เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ซื้อ รัฐบาลยังไม่ได้มีการประกาศหรือบังคับใช้

นอกจากนี้จากการสำรวจความเห็นประชาชนต่อนโยบายดังกล่าวโดยข้อดีประชาชนร้อย ละ 47.54% มองว่า ช่วยลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการคัดแยกไข่ และ ร้อยละ 28.11% มองว่า ผู้บริโภคซื้อไข่ได้ในราคาถูกมีมาตรฐานเดียวกัน ขณะที่ร้อยละ 24.35% ได้ไข่ที่มีขนาดเล็กใหญ่คละกันไป

ส่วนข้อเสียประชาชนกว่าร้อยละ 43.31% มองว่า สร้างความยุ่งยากให้ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย และ ร้อยละ 40.09% ผู้ซื้ออาจถูกพ่อค้า แม่ค้าโกงตาชั่ง ส่วนร้อยละ 16.60 มองว่า มีปัญหาในการคิดเงินกรณีไข่ไม่ถึงกิโลหรือเกินกิโล

ขณะที่เปรียบเทียบระหว่างข้อดี-ข้อเสียของการขายไข่ชั่งกิโล โดยอันดับ 1 ข้อเสียมากกว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 56.63% เชื่อว่า ไม่สามารถแยกซื้อไข่แบบเป็นฟองได้ ,ส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อย , ผู้ซื้ออาจถูกโกงตาชั่ง ฯลฯ ส่วนอันดับ 2 ร้อยละ 29.52 มองว่ามีข้อดี-ข้อเสียพอๆกัน เพราะเป็นนโยบายที่รัฐบาล และ กระทรวงพาณิชย์ต่างพิจารณาเห็นชอบร่วมกัน แต่ในทางปฏิบัติยังมีปัญหาอยู่ ฯลฯ และ อันดับ 3 ร้อยละ 13.85 มองว่ามีข้อดีมากกว่า เพราะช่วยลดขั้นตอนลดต้นทุนในการคัดแยกไข่ ,ซื้อไข่ได้ในราคาที่ถูกลง ,มีมาตรฐานในการขายเหมือนกันทุกพื้นที่ ฯลฯ

ส่วนประชาชนเห็นด้วยกับการขายไข่ชั่งกิโลหรือไม่ โดยอันดับ 1 ประชาชนกว่าร้อยละ 66.29 ไม่เห็นด้วย เพราะซื้อแบบเดิมดีอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ยุ่งยากเกินไป ควรแก้ปัญหาที่ต้นทุนการผลิตมากกว่า ฯลฯ อันดับ 2 ร้อยละ 21.65%ไม่แน่ใจ เพราะ เป็นแค่เพียงการทดลองขายเบื้องต้นยังไม่ได้บังคับใช้แต่อย่างใดยังไม่รู้ว่า ใครจะได้ประโยชน์จริง ฯลฯ และ อันดับ 3 ร้อยละ 12.06 ประชาชนเห็นด้วย เพราะ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อไข่ สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย ฯลฯ
 

ที่มา: ทีวีไทย

คลังชี้ 4 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจปี 54


กรุงเทพฯ  21  ม.ค. -  นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการประเมินปัจจัยลบที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้มีด้วยกัน 4 ปัจจัยสำคัญ คือ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และยังคงต้องจับตามองหนี้สาธารณะของกลุ่มประเทศยุโรป รองลงมา คือ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าต่าง ๆ รวมถึงภัยธรรมชาติทั่วโลกที่เกิดบ่อยครั้งมากขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้น และสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพยายามดึงดูดแหล่งเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามายังไทยด้วยการส่งเสริม ให้บริษัทข้ามชาติเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย (อาร์โอเอช) และพัฒนาศูนย์กลางการจัดส่งสินค้า ซึ่งทั้ง 2 มาตรการดังกล่าวจะช่วยดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในประเทศ และจะส่งผลดีต่อเนื่องไปยังธุรกิจอื่น ๆ เช่น โรงแรม การสร้างงาน เป็นต้น

สำหรับนโยบายเกี่ยวกับรถไฟฟ้า 4 เส้นทาง รวมมูลค่า 165,000 ล้านบาทนั้น ถือว่ามีความชัดเจนมาก         จากการที่รัฐบาลจะลงทุนไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้าสายม่วง เตาปูน-วังบูรพา มูลค่า 24,000 ล้านบาท สายสีชมพู ปากเกร็ด-มีนบุรี มูลค่า 42,000 ล้านบาท สายสีส้ม บางกะปิ-ตลิ่งชัน มูลค่า 40,000 ล้านบาท และสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-แบริ่ง-สมุทรปราการ มูลค่า 59,100 ล้านบาท  ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังได้จัดทำโครงสร้างภาษีทั้งระบบ เพื่อเตรียมเสนอให้นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คาดว่า      จะสรุปได้ภายใน 3-6 เดือนนี้ แต่ขณะนี้ยืนยันว่าจะยังไม่ปรับโครงสร้างภาษีใด ๆ.-สำนักข่าวไทย


ที่มา: MCOT

หุ้นไทยเกือบหลุด 1 พันจุด ปิดตลาดลบ 15 จุด ซื้อขาย 3.7 หมื่นล้าน



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (21มี.ค.54) ดัชนีSETปรับลดลงตามตลาดต่างประเทศ ตลอดทั้งวัน หลังนักลงทุนกังวลกรณีทางการจีนเตรียมออกมาตรการเพื่อควบคุมไม่ให้เศรษฐกิจ ร้อนแรงเกินไป ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการปรับขึ้นดอกเบี้ย ระหว่างชั่วโมงซื้อขายดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงต่ำสุดที่ระดับ 1,000.96จุด  ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 1,006.57 จุด ลบ 15.59 จุด หรือ 1.53% มีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 37,546 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย บ้านปู ปิดที่ 784.00 บาท -28.00 (-3.45%)  KBANK  ปิดที่ 116.00 บาท -7.00 (-5.69%)  ปตท.  ปิดที่ 339.00  บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง  IVL  ปิดที่ 42.00 บาท  -0.75 (-1.75%)  และไทยพาณิชย์  ปิดที่ 97.50  บาท -2.25 (-2.26%)


ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ

ธปท.ชี้บาทแข็งค่าเล็กน้อยหลัง กนง.ขึ้นดอกเบี้ย เตือนระวังความผันผวน



กรุงเทพฯ 13 ม.ค. - ธปท.ระบุเงินบาทปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อย หลัง กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 เตือนระวังความผันผวน ขณะที่ภาคเอกชนต้องปรับตัวรับสถานการณ์ดังกล่าว

น.ส.วงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยเพียง 6-7 สตางค์ เคลื่อนไหวประมาณ 30.31-30.36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวในลักษณะผันผวน แต่ยังเป็นทิศทางเดียวกับภูมิภาค อาจเห็นเงินบาทเคลื่อนไหวใน 2 ทิศทาง ไม่ได้เคลื่อนไหวไปทางใดทางหนึ่งเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้น ภาคเอกชนจะต้องปรับตัวรับสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งผู้ประกอบการส่งออกหรือนำเข้า ควรมีการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะในส่วนของผู้นำเข้าที่ยังมีการทำประกันความเสี่ยงน้อยมาก

“สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในปีนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวผันผวนตามเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีเกินคาด ขณะที่ตลาดเริ่มกลับมากังวลปัญหาวิกฤติหนี้ในยุโรป ทำให้ความต้องการถือครองเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมีมากขึ้น และทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินบาทมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว คาดว่าค่าเงินบาทในปีนี้จะเคลื่อนไหวผันผวน ไม่มีทิศทางที่ชัดเจนเหมือนกับปีที่ผ่านมา” น.ส.วงษ์วธู กล่าว. - สำนักข่าวไทย


ที่มา: MCOT

ตลท.ร่วมยินดีเปิดตลาดหุ้นลาว



ชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบของที่ระลึกแสดงความยินดีแก่ท่านเดดพูวัง มูลรัตน์ ประธานและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ลาว (LSX) ในพิธีเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการของตลาดหลักทรัพย์ลาว เมื่อ 11 ม.ค.54 ณ นครเวียงจันทน์ โดยที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ลงนาม MOU เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และสนับสนุนการเตรียมความพร้อม ผ่านการจัดการอบรม และเยี่ยมชมการปฎิบัติงานจริง เพื่อสร้างความเข้าใจในบทบาท และการดำเนินงานของตลาดทุน แก่คณะทำงานจัดตั้งของสปป.ลาว



ที่มา: ตลท.

ธนาคารไปรษณีย์เตรียมเปิดให้บริการเดือน มี.ค.นี้



กรุงเทพฯ 19 ม.ค. - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการดำเนินการของธนาคารไปรษณีย์ว่า บริษัท ไปรษณีย์ไทย พร้อมเปิดให้บริการสินเชื่อของธนาคารไปรษณีย์เดือนมีนาคมนี้ หลังจากจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทลูกเรียบร้อยแล้ว โดยเลือกจะเปิดสินเชื่อ 10 แห่งกระจายทั่วประเทศ เช่น จังหวัดปัตตานี อุดรธานี แม่ฮ่องสอน ซึ่งธนาคารไปรษณีย์จะเลือกปล่อยสินเชื่อเฉพาะผู้ที่มีอาชีพอยู่แล้วแต่ต้อง การเงินทุน และต้องมีหลักแหล่งในภูมิลำเนา วงเงินสินเชื่อ 5,000-10,000 บาทต่อราย  เบื้องต้นปล่อยกู้ไม่เกิน 100  ราย ทั้งหมด 10 แห่ง. - สำนักข่าวไทย


ที่มา: MCOT

เพิ่มไข่ไก่เป็นสินค้าควบคุมราคา



กระทรวงพาณิชย์ สานต่อโครงการ ประชาวิวัฒน์ ด้านการดูแลค่าครองชีพของประชาชน หลังการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ว่าที่ประชุมมีมติให้นำสินค้าไข่ไก่และบริการรับฝากสินค้า (คลังสินค้าเอกชน) เป็นสินค้าและบริการควบคุมเพิ่มจากเดิม ที่มีสินค้าและบริการควบคุมรวม ๓๙ รายการ ทำให้สินค้าและบริการควบคุมทั้งหมดรวมเป็น ๔๑ รายการ ทั้งนี้ สินค้าไข่ไก่ที่ กกร. ออกมติเป็นสินค้าควบคุม เพื่อเป็นการรองรับนโยบายประชาวิวัฒน์ ด้านการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยยังไม่กำหนดมาตรการที่จะนำมาใช้ในขณะนี้

ส่วนด้านเอกชนยังไม่กำหนดมาตรการบังคับใช้เช่นกัน แต่จัดให้เป็นสินค้าควบคุมเพื่อป้องกัน การหลีกเลี่ยงการแจ้งปริมาณจัดเก็บสินค้าต่างๆ เพราะเดิมเจ้าของคลังเป็นเพียงผู้รับฝาก ขณะที่เจ้าของสินค้าอ้างไม่ได้มีสินค้าในครอบครอง จึงไม่แจ้งปริมาณจัดเก็บ ทำให้เป็นช่องว่างหากสินค้ารายการใดมีปัญหาขาดตลาด สามารถออกมาตรการที่เหมาะสมบังคับใช้ให้เอกชน ต้องแจ้งปริมาณจัดเก็บสินค้านั้นๆ ด้วย หากไม่ดำเนินการตามจะมีความผิดฐานกักตุนสินค้าเช่นเดียวกับเจ้าของ คือ จำคุกไม่เกิน ๗ ปี ปรับไม่เกิน ๑.๔ แสนบาท

     
ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : IOC   Rewriter : สุริยน ตันตราจิณ
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์